การแก้ไขโครงการ BOI

การแก้ไขโครงการ Board Of Investment (BOI)

1.1     แก้ไขโครงการเกี่ยวกับ   ชนิดผลิตภัณฑ์
1.2     แก้ไขโครงการเกี่ยวกับ   กำลังการผลิต
1.3     แก้ไขโครงการเกี่ยวกับ   กรรมวิธีการผลิต
1.4      แก้ไขโครงการเกี่ยวกับ   สภาพเครื่องจักร
1.5     แก้ไขโครงการเกี่ยวกับ   ที่ตั้งโรงงาน
1.6     แก้ไขโครงการเกี่ยวกับ   ทุนจดทะเบียน

การแก้ไขชนิดผลิตภัณฑ์
แนวทางการพิจารณาการแก้ไขโครงการเพื่อเพิ่มชนิดผลิตภัณฑ์ มี 2 กรณี ดังนี้

1. กรณีที่ไม่มีการลงทุนเครื่องจักรเพิ่มเติม

          โครงการที่ผลิตสินค้าชนิดหนึ่ง เช่น ตู้เย็น แต่ต่อมาได้รับคำสั่งซื้อสินค้าชนิดอื่น เช่น ตู้แช่ ซึ่งผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 ชนิดนี้ มีขั้นตอนการผลิตที่คล้ายคลึงกัน สามารถใช้เครื่องจักรร่วมกันได้ ในกรณีนี้ ผู้ได้รับส่งเสริมสามารถยื่นขอแก้ไขชนิดผลิตภัณฑ์ จากเดิม ตู้เย็น เป็น ตู้เย็นและตู้แช่ได้
          การแก้ไขโครงการที่ไม่มีการลงทุนเครื่องจักรเพิ่มนี้ สามารถขอแก้ไขได้ตลอดระยะเวลาที่ได้รับส่งเสริม แม้ว่าโครงการนั้นจะเปิดดำเนินการเต็มโครงการแล้วหรือไม่ก็ตาม แต่ทั้งนี้ จะมีผลตั้งแต่วันที่บริษัทยื่นคำร้องขอแก้ไขโครงกการ
          กรณีที่ผู้ได้รับส่งเสริมผลิตสินค้าชนิดอื่นโดยไม่ยื่นขอแก้ไขโครงการ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับการส่งเสริม ซึ่งรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นั้น ต้องแยกลงบัญชีเพื่อชำระภาษีเงินได้นิติบุคคล และหากผู้ได้รับเสริมส่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไปจำหน่ายต่างประเทศ ก็ไม่สามารถนำหลักฐานการส่งออกมายื่นขอตัดบัญชีวัตถุดิบได้
          นอกจากนี้ การที่ผู้ได้รับส่งเสริมนำเครื่องจักรที่ได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้า ไปใช้ในการผลิตสินค้าอื่นที่ไม่ได้รับส่งเสริม ถือเป็นการปฏิบัติผิดเงื่อนไข ซึ่งต้องยื่นขออนุญาตใช้เครื่องจักรนั้นเพื่อการอื่นอีกด้วย

2. กรณีที่มีการลงทุนเครื่องจักรเพิ่มเติม

          โครงการที่ผลิตสินค้าชนิดหนึ่ง เช่น ตู้เย็น แต่ต่อมาประสงค์จะขยายโครงการเพื่อผลิตสินค้าชนิดใหม่ เช่น เครื่องซักผ้า ซึ่งผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 ชนิดนี้ อาจมีกรรมวิธีการผลิตบางส่วนที่คล้ายคลึงกัน และสามารถใช้เครื่องจักรบางส่วนร่วมกันได้ แต่จะต้องมีการลงทุนเครื่องจักรบางส่วนเพิ่มเติม
          ในกรณีนี้ ผู้ได้รับส่งเสริมอาจยื่นเรื่องเพื่อขอแก้ไขชนิดผลิตภัณฑ์ในบัตรส่งเสริม จากเดิม ตู้เย็น เป็น ตู้เย็นและเครื่องซักผ้า ได้ โดยมีแนวทางพิจารณา ดังนี้ 

2.1 กรณีที่ยังไม่เปิดดำเนินการเต็มโครงการ
  มีแนวทางพิจารณา ดังนี้
2.1.1 กรณีที่สิทธิประโยชน์ในการยื่นเป็นโครงการใหม่แตกต่างกับสิทธิประโยชน์ของโครงการเดิม
      จะอนุญาตให้แก้ไขโครงการได้เฉพาะกรณีที่เครื่องจักรที่จะลงทุนเพิ่มเติมมีมูลค่าไม่เกิน30% ของมูลค่าเครื่องจักรตามบัตรส่งเสริมฉบับแรก แต่ทั้งนี้ เครื่องจักรที่จะลงทุนเพิ่มเติมนี้จะต้องนำเข้ามาภายในกำหนดระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรที่เหลืออยู่เดิม และจะต้องเปิดดำเนินการเต็มโครงการให้ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดอยู่เดิม เว้นแต่จะได้รับอนุมัติให้ขยายเวลา 
2.1.2 กรณีที่สิทธิประโยชน์ในการยื่นเป็นโครงการใหม่ไม่แตกต่างกับสิทธิประโยชน์ของโครงการเดิม
      อนุญาตให้แก้ไขได้ทุกกรณี แม้ว่ามูลค่าเครื่องจักรที่จะลงทุนเพิ่มเติมอาจเกินกว่า 30% ของมูลค่าเครื่องจักรตามบัตรส่งเสริมฉบับแรกก็ตาม
2.2 กรณีที่เปิดดำเนินการเต็มโครงการแล้ว
        โครงการที่เปิดดำเนินการเต็มโครงการแล้ว จะไม่อนุญาตให้แก้ไขโครงการในกรณีที่จะต้องมีการลงทุนเครื่องจักรเพิ่มเติมอีก 
      แต่ทั้งนี้ผู้ได้รับส่งเสริมสามารถนำเครื่องจักรที่ประสงค์จะลงทุนเพิ่มเติมไปยื่นขอรับส่งเสริมเป็นโครงการใหม่ก็ได้

 การยกเลิกผลิตภัณฑ์

 

      กรณีที่ผู้ได้รับส่งเสริมประสงค์จะยกเลิกผลิตภัณฑ์บางรายการ สามารถยื่นคำร้องแก้ไขโครงการเพื่อยกเลิกชนิดผลิตภัณฑ์ได้ โดยมีแนวทางการพิจารณา 2 วิธี ดังนี้

1.  ยังไม่ได้นำเครื่องจักร/วัตถุดิบของผลิตภัณฑ์ที่จะยกเลิกเข้ามา
          กรณีที่ผู้ได้รับประสงค์จะยกเลิกผลิตภัณฑ์บางรายการ โดยยังไม่เคยนำเครื่องจักรหรือวัตถุดิบที่จำเป็นต้องใช้ในการผลิตสินค้าชนิดนั้นเข้ามาโดยได้รับสิทธิยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้า จะพิจารณาให้ยกเลิกชนิดผลิตภัณฑ์ได้ แต่ต้องไม่ทำให้โครงการส่วนที่เหลือมีสาระสำคัญต่ำกว่าหลักเกณฑ์ขั้นต่ำในการให้การส่งเสริม ดังนี้ 

    1. โครงการส่วนที่เหลือต้องมีขนาดการลงทุนไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
    2. โครงการส่วนที่เหลือต้องมีมูลค่าเพิ่มไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของรายได
      กรณีที่โครงการส่วนที่เหลือ มีสาระสำคัญไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้การส่งเสริม คือ มีขนาดการลงทุนไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียนต่ำกว่า 1 ล้านบาท หรือมีมูลค่าเพิ่มต่ำกว่าร้อยละ 20 ของรายได้ จะพิจารณายกเลิกบัตรส่งเสริม

2.  นำเครื่องจักร/วัตถุดิบของผลิตภัณฑ์ที่จะยกเลิกเข้ามาแล้ว
          กรณีที่ผู้ได้รับส่งเสริมนำเครื่องจักรหรือวัตถุดิบเข้ามาโดยใช้สิทธิประโยชน์ยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้าแล้ว แต่ต่อมาประสงค์จะยกเลิกผลิตภัณฑ์ดังกล่าว จะพิจารณาให้ยกเลิกชนิดผลิตภัณฑ์ได้ตามหลักเกณฑ์เช่นเดียวกันกับข้างต้น
          แต่ทั้งนี้ เครื่องจักรและวัตถุดิบที่ได้นำเข้ามาโดยใช้สิทธิยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้านั้น จะต้องส่งคืนกลับไปต่างประเทศ หรือชำระภาษีอากรตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด (ดูรายละเอียดการชำระภาษีอากรในหัวข้อเครื่องจักรหรือวัตถุดิบ)

การเพิ่มกำลังการผลิต

      แนวทางการพิจารณาการขอแก้ไขโครงการเพื่อเพิ่มกำลังผลิต มี 5 วิธี ดังนี้

  1. การเพิ่มกำลังผลิตโดยเพิ่มเวลาทำงาน
          โครงการที่ได้รับส่งเสริมจะได้รับอนุญาตให้เพิ่มกำลังผลิตได้ตามสัดส่วนของเวลาทำงานที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าโครงการนั้นจะเปิดดำเนินการเต็มโครงการแล้วหรือไม่ก็ตาม ตัวอย่าง เช่น
ก่อนแก้ไข : มีกำลังผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป ปีละ 1,000,000 ตัว
  (เวลาทำงาน 8 ชม./วัน : 320 วัน/ปี)
หลังแก้ไข : มีกำลังผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป ปีละ 3,000,000 ตัว
  (เวลาทำงาน 24 ชม./วัน : 320 วัน/ปี)
  1. การเพิ่มกำลังผลิตโดยลงทุนเครื่องจักรเพิ่มเติม
    มีแนวทางพิจารณา 2 กรณี ดังนี้
2.1 กรณีที่ยังไม่เปิดดำเนินการเต็มโครงการ 
  มีแนวทางพิจารณา ดังนี้
  2.1.1 กรณีที่สิทธิประโยชน์ในการยื่นเป็นโครงการใหม่ แตกต่าง กับสิทธิประโยชน์ของโครงการเดิม
      จะอนุญาตให้แก้ไขโครงการได้ เฉพาะกรณีที่เป็นการเพิ่มกำลังผลิตไม่เกิน 30% ของกำลังผลิตตามบัตรส่งเสริมฉบับแรกเท่านั้น      ในกรณีที่เพิ่มกำลังผลิตเกินกว่า 30% แต่ผู้ได้รับส่งเสริมประสงค์จะขอแก้ไขโครงการโดยไม่ยื่นเป็นคำขอรับการส่งเสริมของโครงการใหม่ จะให้เพิ่มกำลังผลิตได้เพียง 30% ของกำลังผลิตตามบัตรส่งเสริมฉบับแรกเท่านั้น ส่วนกำลังผลิตที่เกินกว่านี้จะต้องชำระภาษีเงินได้นิติบุคคล อีกทั้งไม่ให้ได้รับการยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้าเครื่องจักรซึ่งเกินกว่า 30% นี้      แต่ทั้งนี้ จะต้องนำเครื่องจักรในส่วนที่จะลงทุนเพิ่มเติมเข้ามาภายในระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรที่กำหนดอยู่เดิม และจะต้องเปิดดำเนินการเต็มโครงการภายในระยะเวลาที่กำหนดอยู่เดิม เว้นแต่จะได้รับอนุมัติให้ขยายเวลา 
  2.1.2 กรณีที่สิทธิประโยชน์ในการยื่นเป็นโครงการใหม่ไม่แตกต่างกับสิทธิประโยชน์ของโครงการเดิม
      อนุญาตให้แก้ไขได้ทุกกรณี แม้ว่าจะเพิ่มกำลังผลิตเกินกว่า 30% ของกำลังผลิตตามบัตรส่งเสริมฉบับแรกก็ตาม 
2.2 กรณีที่เปิดดำเนินการเต็มโครงการแล้ว
        โครงการที่เปิดดำเนินการเต็มโครงการแล้ว จะไม่อนุญาตให้แก้ไขโครงการเพื่อเพิ่มกำลังผลิตในกรณีที่จะต้องมีการลงทุนเครื่องจักรเพิ่มเติมอีก      แต่ทั้งนี้ ผู้ได้รับส่งเสริมสามารถนำเครื่องจักรที่ประสงค์จะลงทุนเพิ่มเติมไปยื่นขอรับส่งเสริมเป็นโครงการใหม่ก็ได้

การเพิ่มกำลังผลิตตามผลการตรวจสอบเปิดดำเนินการเต็มโครงการ
      กรณีที่ผู้ได้รับส่งเสริมนำเครื่องจักรเข้ามาเกินกว่ากำลังผลิตที่ได้รับอนุมัติไว้ในบัตรส่งเสริม และประสงค์จะขอเพิ่มกำลังผลิตตามกำลังผลิตของเครื่องจักรที่มีอยู่จริง จะอนุญาตให้แก้ไขโครงการเพื่อเพิ่มกำลังผลิตได้ ตามผลการตรวจสอบเปิดดำเนินการเต็มโครงการของสำนักงาน
      การแก้ไขโครงการเพื่อเพิ่มกำลังผลิตโดยวิธีนี้ จะทำให้บริษัทสามารถใช้สิทธิประโยชน์การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำลังผลิต ในส่วนที่เกินกว่าบัตรส่งเสริม ได้ตั้งแต่วันที่เปิดดำเนินการเต็มโครงการเป็นต้นไปเท่านั้น

      ในกรณีที่ผู้ได้รับส่งเสริมมีกำลังผลิตเกินกว่าบัตรส่งเสริม แต่ยังไม่ประสงค์จะเปิดดำเนินการเต็มโครงการ จะไม่อนุญาตให้แก้ไขกำลังผลิตด้วยวิธีนี้

  1. การเพิ่มกำลังผลิตโดยการปรับปรุงสายการผลิตหรือปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต
          โครงการที่เปิดดำเนินการเต็มโครงการไปแล้ว แต่ประสงค์จะเพิ่มกำลังการผลิตโดยปรับปรุงสายการผลิตหรือปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต เช่น ลงทุนเครื่องจักรในขั้นตอนการผลิตที่เป็นคอขวด (Bottle Neck) จะอนุญาตให้แก้ไขโครงการเพื่อเพิ่มกำลังผลิตได้ แต่ทั้งนี้ จะต้องสามารถพิสูจน์ข้อมูลดังกล่าวด้วยหลักวิชาการ
          การเพิ่มกำลังผลิตโดยวิธีนี้ จะอนุญาตให้ขยายระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรที่จำเป็นต้องใช้ในการปรับปรุงสายการผลิตหรือประสิทธิภาพการผลิตออกไปอีกตามความเหมาะสม แม้ว่าโครงการนั้นจะสิ้นสุดระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรไปแล้วก็ตาม

การเพิ่มกำลังผลิตโดยวิธีอื่น
      นอกเหนือจากการเพิ่มกำลังผลิตข้างต้นแล้ว อาจมีกรณีการเพิ่มกำลังผลิตจากสาเหตุอื่นๆ เช่น ผลิตภัณฑ์มีขนาดเล็กลง และมี Cycle Time ในการผลิตลดลง จึงมีกำลังผลิตเพิ่มขึ้นโดยบริษัทไม่จำเป็นต้องลงทุนเครื่องจักรหรือปรับปรุงประสิทธิภาพใดๆ

      กรณีดังกล่าวนี้ จะพิจารณาอนุมัติให้แก้ไขโครงการเพื่อเพิ่มกำลังผลิตเป็นกรณีๆ ไป ตามข้อเท็จจริงของโครงการนั้น
      แต่ทั้งนี้ การเพิ่มกำลังผลิตจากประสิทธิภาพของบุคลากร ไม่อยู่ในข่ายที่จะพิจารณาให้เพิ่มกำลังผลิตได้ ดังนั้น ในการขอรับการส่งเสริมจึงควรคำนวณกำลังผลิตสูงสุดจากกำลังผลิตของเครื่องจักรโดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องคำนวณ Loss Factor ซึ่งเกิดจากบุคลากร

การลดกำลังผลิต

      กรณีที่ผู้ได้รับส่งเสริมประสงค์จะลดกำลังผลิตสินค้าบางรายการหรือทุกรายการ สามารถยื่นคำร้องแก้ไขโครงการเพื่อลดกำลังผลิตได้ โดยมีแนวทางการพิจารณา 2 วิธี ดังนี้

  1. ยังไม่ได้นำเครื่องจักร/วัตถุดิบในส่วนที่จะลดกำลังผลิตเข้ามา
          กรณีที่ผู้ได้รับประสงค์จะลดกำลังผลิต โดยยังไม่เคยนำเครื่องจักรหรือวัตถุดิบในส่วนที่จะลดกำลังผลิตนี้เข้ามาโดยได้รับสิทธิยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้า จะพิจารณาให้ลดกำลังผลิตได้ แต่ต้องไม่ทำให้โครงการส่วนที่เหลือมีสาระสำคัญต่ำกว่าหลักเกณฑ์ขั้นต่ำในการให้การส่งเสริม คือ ยังคงต้องมีขนาดการลงทุนไม่รวมค่าที่ดินละทุนหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
          กรณีที่โครงการส่วนที่เหลือ มีสาระสำคัญไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้การส่งเสริม คือ มีขนาดการลงทุนไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียนต่ำกว่า 1 ล้านบาท จะพิจารณายกเลิกบัตรส่งเสริม
  2. นำเครื่องจักร/วัตถุดิบในส่วนที่จะลดกำลังผลิตเข้ามาแล้ว
          กรณีที่ผู้ได้รับส่งเสริมนำเครื่องจักรหรือวัตถุดิบเข้ามาโดยใช้สิทธิประโยชน์ยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้าแล้ว แต่ต่อมาประสงค์จะลดกำลังผลิตสินค้าดังกล่าว จะพิจารณาให้ลดกำลังผลิตลงได้ตามหลักเกณฑ์เช่นเดียวกันกับข้างต้น
          แต่ทั้งนี้ เครื่องจักรและวัตถุดิบที่ได้นำเข้ามาโดยใช้สิทธิยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้า และเกินกว่ากำลังผลิตที่จะแก้ไขให้ใหม่นี้ จะต้องส่งคืนกลับไปต่างประเทศ หรือชำระภาษีอากรตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

การแก้ไขกรรมวิธีการผลิต

  1. การเพิ่มขั้นตอนการผลิตโดยการลงทุนเพิ่ม
          ผู้ได้รับส่งเสริมสามารถขอแก้ไขโครงการเพื่อเพิ่มขั้นตอนการผลิตโดยการลงทุนเครื่องจักรเพิ่มเติม เช่น เพิ่มขั้นตอนการผลิตชิ้นส่วนบางรายการขึ้นเอง เพื่อทดแทนการนำเข้าชิ้นส่วนดังกล่าวจากต่างประเทศ เป็นต้น
          กรณีที่ยังไม่เปิดดำเนินการเต็มโครงการ และยังมีระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรเหลืออยู่ จะพิจารณาอนุญาตให้แก้ไขกรรมวิธีการผลิตเพื่อเพิ่มขั้นตอนการผลิตชิ้นส่วนโดยลงทุนเครื่องจักรเพิ่มเติมได้ โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์เท่าที่เหลืออยู่ตามโครงการเดิม แต่ทั้งนี้ ผู้ได้รับส่งเสริมจะต้องนำเครื่องจักรเข้ามาภายในระยะเวลาที่กำหนดอยู่เดิม และจะต้องเปิดดำเนินการเต็มโครงการภายในกำหนดเวลาเดิม
          แต่ในกรณีที่เปิดดำเนินการเต็มโครงการแล้ว จะไม่อนุญาตให้แก้ไขโครงการเพื่อเพิ่มขั้นตอนการผลิตที่จะต้องนำเครื่องจักรเข้ามาเพิ่มเติมอีก แต่ผู้ได้รับส่งเสริมอาจนำเครื่องจักรในส่วนที่จะลงทุนเพิ่มเติมดังกล่าว ไปยื่นเป็นโครงการขอรับส่งเสริมใหม่เพื่อผลิตวัตถุดิบป้อนให้กับโครงการเดิมก็ได้
  2. การว่าจ้างให้ผู้อื่นผลิตบางขั้นตอน
          การแก้ไขกรรมวิธีการผลิตเพื่อว่าจ้างผู้อื่นให้ทำการผลิตชิ้นส่วนบางรายการ มี 2 กรณี ดังนี้
2.1 การว่าจ้างในส่วนที่ผู้ได้รับส่งเสริมเดิมผลิตอยู่เอง
      จะพิจารณาว่าทำให้สาระของโครงการลดลง เนื่องจากเป็นการนำขั้นตอนที่ผู้ได้รับส่งเสริมผลิตอยู่เดิมไปว่าจ้างผู้อื่นให้ผลิตให้ ดังนั้น จึงต้องพิจารณาด้วยว่า ขั้นตอนการผลิตที่เหลืออยู่ในโครงการภายหลังจากการแก้ไข ยังคงเป็นไปตามหลักเกณฑ์ขั้นต่ำที่ให้การส่งเสริมได้ คือมีมูลค่าเพิ่มไม่น้อยกว่า 20% ของรายได้หรือไม่      กรณีการนำขั้นตอนบางส่วนไปว่าจ้างผู้อื่นให้ผลิตให้ ทำให้มูลค่าเพิ่มของโครงการต่ำกว่า20% ของรายได้ จะไม่อนุญาตให้แก้ไขกรรมวิธีการผลิต 
2.2 การว่าจ้างในส่วนที่ผู้ได้รับส่งเสริมเดิมไม่ได้ผลิตอยู่เอง
      จะพิจารณาว่าไม่ทำให้สาระสำคัญของโครงการลดลงจากเดิม เนื่องจากเป็นการเพิ่มการผลิตชิ้นส่วนขึ้นใหม่ อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนอุตสาหกรรมเชื่อมโยงในประเทศ จึงจะพิจารณาอนุญาตให้ได้ทุกกรณี
  1.  การแก้ไขกรรมวิธีการผลิตเพื่อทำการว่าจ้างผลิตชิ้นส่วนนี้ ผู้ได้รับส่งเสริมอาจขออนุญาตนำเครื่องจักร แม่พิมพ์ หรือวัตถุดิบ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตชิ้นส่วนนั้นๆ ไปว่าจ้างผู้รับจ้างให้ผลิตชิ้นส่วนให้กับผู้ได้รับส่งเสริมด้วยก็ได้
  2. การลดขั้นตอนการผลิต
          แนวทางการพิจารณาการลดขั้นตอนการผลิต มี 2 วิธี ดังนี้
3.1 ยังไม่ได้นำเครื่องจักร/วัตถุดิบในส่วนที่จะลดขั้นตอนการผลิตเข้ามา
      กรณีที่ผู้ได้รับประสงค์จะลดขั้นตอนการผลิต โดยยังไม่เคยนำเครื่องจักรหรือวัตถุดิบในส่วนที่จะลดขั้นตอนการผลิตนี้เข้ามาโดยได้รับสิทธิยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้า จะพิจารณาให้ลดขั้นตอนการผลิตได้ แต่ต้องไม่ทำให้โครงการส่วนที่เหลือมีสาระสำคัญต่ำกว่าหลักเกณฑ์ขั้นต่ำในการให้การส่งเสริม ดังนี้
  • ต้องมีขนาดการลงทุนไม่รวมค่าที่ดินละทุนหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
  • ต้องมีมูลค่าเพิ่มไม่น้อยกว่า 20% ของรายได้
      กรณีที่โครงการส่วนที่เหลือ มีสาระสำคัญไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้การส่งเสริม คือ มีขนาดการลงทุนไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียนต่ำกว่า 1 ล้านบาท หรือมีมูลค่าเพิ่มต่ำกว่า 20% ของรายได้ จะไม่อนุญาตให้ลดขั้นตอนการผลิต
3.2 นำเครื่องจักร/วัตถุดิบในส่วนที่จะลดขั้นตอนการผลิตเข้ามาแล้ว
      กรณีที่ผู้ได้รับส่งเสริมนำเครื่องจักรหรือวัตถุดิบเข้ามาโดยใช้สิทธิประโยชน์ยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้าแล้ว แต่ต่อมาประสงค์จะลดขั้นตอนการผลิต จะพิจารณาให้ลดขั้นตอนการผลิตได้ตามหลักเกณฑ์เช่นเดียวกันกับข้างต้น      แต่ทั้งนี้ เครื่องจักรและวัตถุดิบที่ได้นำเข้ามาโดยใช้สิทธิยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้า ซึ่งใช้ในขั้นตอนการผลิตที่ขอยกเลิกนี้ จะต้องส่งคืนกลับไปต่างประเทศ หรือชำระภาษีอากรตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด 

      การผ่อนผันกรรมวิธีการผลิตเพื่อนำเข้าชิ้นส่วนกึ่งสำเร็จรูป
      กรณีที่เกิดปัญหาในการผลิต หรือกรณีที่คำสั่งซื้อสินค้าบาง Model มีน้อย ไม่คุ้มต่อการผลิตวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนขึ้นเองทุกรายการ ผู้ได้รับส่งเสริมอาจขอผ่อนผันกรรมวิธีการผลิตเพื่อนำเข้าชิ้นส่วนกึ่งสำเร็จรูปเข้ามาใช้ในการผลิตก็ได้

      การพิจารณาการขอผ่อนผันกรรมวิธีการผลิตเพื่อนำเข้าชิ้นส่วนกึ่งสำเร็จรูป มีแนวทาง ดังนี้

4.1 นำเข้าชิ้นส่วนกึ่งสำเร็จรูปไม่เกิน 10% ของปริมาณผลิตจริงในแต่ละปี
      จะผ่อนผันให้ทุกกรณี โดยไม่คำนึงถึงมูลค่าเพิ่มของโครงการ 
4.2 นำเข้าชิ้นส่วนกึ่งสำเร็จรูปเกินกว่า 10% ของปริมาณผลิตจริงในแต่ละปี
      จะพิจารณาสาระสำคัญของโครงการด้วยว่า การนำเข้าชิ้นส่วนกึ่งสำเร็จรูปมาใช้ในการผลิต จะทำให้มูลค่าเพิ่มของโครงการลดลงต่ำกว่า 20% ของรายได้หรือไม่ หากต่ำกว่า 20% อาจไม่ผ่อนผันกรรมวิธีการผลิตให้ 

      การผ่อนผันกรรมวิธีการผลิตชั่วคราว
      กรณีที่เกิดปัญหาในการผลิตเป็นการเร่งด่วน ผู้ได้รับส่งเสริมอาจขอผ่อนผันกรรมวิธีการผลิตเพื่อนำเข้าชิ้นส่วนกึ่งสำเร็จรูปเข้ามาใช้ในการผลิตเป็นการชั่วคราว โดยอาจกำหนดปริมาณหรือระยะเวลาก็ได้ เช่น ขอนำเข้าชิ้นส่วนพลาสติกจำนวน 50,000 ชิ้น หรือขอนำเข้าชิ้นส่วนโลหะเป็นเวลา 1 ปี เป็นต้น
      ในกรณีดังกล่าว จะพิจารณาตามเหตุผลและตามความเหมาะสมเป็นกรณีๆ ไป โดยอาจกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมอื่นๆ ไว้ด้วยก็ได้ เช่น รายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่นำชิ้นส่วนกึ่งสำเร็จรูปมาใช้ในการผลิตนี้ อาจไม่ให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล เป็นต้น

      การแก้ไขกรรมวิธีการผลิตอื่นๆ
      ในกรณีที่มีความจำเป็น ผู้ได้รับส่งเสริมอาจขอแก้ไขกรรมวิธีการผลิตอื่นๆ นอกเหนือจากแนวทางข้างต้นก็ได้ โดยจะพิจารณาตามความเหมาะสมเป็นกรณีๆ ไป และอาจมีการกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมเป็นพิเศษให้สอดคล้องกับการแก้ไขนั้นๆ ก็ได้

การแก้ไขสภาพเครื่องจักร

      โครงการที่ได้รับส่งเสริมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 เป็นต้นมา จะมีเงื่อนไขกำหนดให้ต้องใช้เครื่องจักรใหม่ในโครงการที่ได้รับส่งเสริม เพื่อลดปัญหาการสิ้นเปลืองพลังงาน และป้องกันมลภาวะและปัญหาสิ่งแวดล้อม
      ผู้ได้รับส่งเสริมที่ยื่นคำขอรับการส่งเสริมว่าจะใช้เครื่องจักรใหม่ทั้งสิ้นในโครงการ จะมีเงื่อนไขในบัตรส่งเสริมให้ใช้เครื่องจักรใหม่ทั้งสิ้นในโครงการ
      แต่ผู้ได้รับส่งเสริมที่ยื่นคำขอรับการส่งเสริมว่าจะมีการใช้เครื่องจักรเก่าในโครงการบางส่วนหรือทั้งหมด จะมีเงื่อนไขในบัตรส่งเสริมอนุญาตให้ใช้เครื่องจักรเก่าในโครงการได้ โดยมีเงื่อนไขเพิ่มเติม ดังนี้

  1. เครื่องจักรเก่าที่จะได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้า จะต้องมีอายุไม่เกิน 10 ปีนับจากปีที่ผลิตถึงปีที่ยื่นคำขอ
  2. เครื่องจักรเก่าที่จะใช้ในโครงการจะต้องมีใบรับรองประสิทธิภาพจากสถาบันที่เชื่อได้

      เงื่อนไขการอนุญาตให้ใช้เครื่องจักรเก่า เป็นเงื่อนไขบนหลักการ ไม่ใช่เงื่อนไขตามรายการของเครื่องจักร ดังนั้น ผู้ได้รับส่งเสริมที่มีเงื่อนไขอนุญาตให้ใช้เครื่องจักรเก่าในโครงการ จึงไม่ต้องยื่นเรื่องเพื่อขอแก้ไขเงื่อนไขดังกล่าวอีก แม้ว่าจะนำเครื่องจักรเก่าเข้ามาใช้ในโครงการมากกว่าหรือน้อยกว่าปริมาณที่เคยเสนอไว้ในคำขอรับการส่งเสริมก็ตาม
      ส่วนผู้ได้รับส่งเสริมที่เคยเสนอโครงการว่าจะใช้เครื่องจักรใหม่ทั้งหมด แต่ต่อมาประสงค์จะขอใช้เครื่องจักรเก่าบางส่วน จะต้องยื่นเรื่องขอแก้ไขโครงการเพื่อขอใช้เครื่องจักรเก่า แต่หลังจากได้รับอนุมัติให้แก้ไขเงื่อนไขดังกล่าวไว้แล้วครั้งหนึ่ง ก็ไม่ต้องยื่นเรื่องขอแก้ไขเงื่อนไขดังกล่าวในภายหลังอีกเช่นกัน

      การแก้ไขโครงการเพื่อขอใช้เครื่องจักรเก่า มีแนวทางพิจารณา ดังนี้

  1. เครื่องจักรเก่าทุกเครื่องที่จะใช้ในโครงการ จะต้องมีใบรับรองประสิทธิภาพจากสถาบันที่เชื่อถือได้ ไม่ว่าจะได้รับสิทธิประโยชน์การยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้าเครื่องจักรหรือไม่ก็ตามยกเว้น เครื่องจักรในกรณีดังต่อไปนี้
1.1 เครื่องจักรที่นำเข้ามาเพื่อใช้งานชั่วคราว และส่งกลับออกไปภายใน 1 ปี
1.2 เครื่องจักรที่เป็นยานพาหนะในกิจการขนส่งทางอากาศหรือกิจการเดินเรือ
1.3 แม่พิมพ์ หรือเครื่องจักร/อุปกรณ์ที่มีลักษณะใช้งานในลักษณะเดียวกัน
  1. เครื่องจักรเก่าที่จะได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้า จะต้องมีอายุไม่เกิน 10 ปีนับจากปีที่ผลิตถึงปีที่ยื่นขอแก้ไขโครงการ
  2. เครื่องจักรเก่าที่มีอายุเกินกว่า 10 ปี จะต้องเป็นการย้ายฐานการผลิตจากต่างประเทศเพื่อรองรับลูกค้าเดิม และจะต้องปรับปรุงเครื่องจักรให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ (Re-Conditioned) จึงจะให้ได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้า
          ในกรณีที่ไม่มีการปรับปรุงให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ อาจไม่อนุญาตให้ใช้โครงการ หรืออาจอนุญาตให้ใช้ในโครงการได้แต่ไม่ให้ได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้าเครื่องจักร
          อนึ่ง กรณีที่ผู้ได้รับส่งเสริมนำเข้าเครื่องจักรเก่ามาใช้ในโครงการโดยชำระภาษีอากรเอง แต่ไม่ได้ทำใบรับรองประสิทธิภาพเครื่องจักรเก่า จะพิจารณาว่าไม่เป็นไปตามโครงการที่ได้รับส่งเสริม
          และหากเครื่องจักรนั้นเป็นเครื่องจักรหลักของโครงการ จะไม่สามารถเปิดดำเนินการให้ได้ จนกว่าบริษัทจะทำใบรับรองประสิทธิภาพเครื่องจักร และแก้ไขโครงการเพื่อขออนุญาตใช้เครื่องจักรเก่าในโครงการ (เฉพาะกรณีที่มีเงื่อนไขให้ใช้เครื่องจักรใหม่ทั้งสิ้น)

 การแก้ไขที่ตั้งโรงงาน

      โครงการที่อาจมีผลกระทบต่อปัญหามลภาวะและสิ่งแวดล้อม จะมีเงื่อนไขให้ตั้งโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมหรือเขตอุตสาหกรรมตามที่คณะกรรมการกำหนด โดยโครงการดังกล่าวประกอบด้วย

  1. กิจการฟอกหนังสัตว์
  2. กิจการฟอกย้อมและแต่งสำเร็จ
  3. กิจการชุบแข็งที่ใช้สารไซยาไนด์
  4. กิจการซ่อมชิ้นส่วนยานพาหนะ อุปกรณ์ไฟฟ้า หรืออิเล็กทรอนิกส์
  5. กิจการ Recycle

      ส่วนกิจการอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ จะตั้งโรงงานในเขตใดๆ ก็ได้ แต่จะต้องไม่อยู่ในเขตหวงห้ามตามประกาศผังเมืองรวมของจังหวัด และจะต้องได้รับอนุญาตจากกระทรวงอุตสาหกรรมหรือส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย
      กรณีที่ไม่ขัดกับหลักเกณฑ์ที่ตั้งโรงงาน ผู้ได้รับส่งเสริมสามารถยื่นคำร้องขอแก้ไขโครงการเพื่อเปลี่ยนสถานที่ตั้งโรงงานได้ โดยจะให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขของที่ตั้งใหม่ ตามหลักเกณฑ์ ณ วันที่โครงการนั้นได้รับอนุมัติให้การส่งเสริม โดยจะเริ่มนับวันที่เริ่มใช้สิทธิเป็นวันเดียวกันกับวันที่เริ่มใช้สิทธิประโยชน์ครั้งแรกของโครงการนั้นๆ

 ตัวอย่างการให้สิทธิประโยชน์ในการเปลี่ยนที่ตั้งโรงงาน

  ก่อนแก้ไข หลังแก้ไข
ที่ตั้งโรงงาน ชลบุรี (เขต 2) ปราจีนบุรี (เขต 3)
การยกเว้นภาษีเงินได้ 3 ปี 8 ปี
1 เมย 56 - 31 มีค 59 1 เมย 56 - 31 มีค 64
การยกเว้นอากรวัตถุดิบ 1 ปี (+ขยาย 2 ปี) 5 ปี
1 กพ 56 - 31 มค 59 1 กพ 56 - 1 มค 61

      โดยสิทธิประโยชน์ที่ได้รับเพิ่มขึ้นนี้ จะต้องใช้ภายหลังจากได้ย้ายโรงงานไปยังสถานที่ตั้งแห่งใหม่แล้วเท่านั้น

      ในกรณีที่เปลี่ยนที่ตั้งจากเดิมซึ่งได้รับสิทธิประโยชน์มากกว่า ไปยังที่ใหม่ซึ่งจะได้รับสิทธิประโยชน์น้อยกว่า เช่น การเปลี่ยนที่ตั้งจากเขต 2 ไปยังเขต 1 ก็จะถูกลดสิทธิประโยชน์ลงให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสถานที่ตั้งใหม่ด้วยเช่นเดียวกัน

 การแก้ไขเงื่อนไขทุนจดทะเบียน

      โครงการที่ได้รับส่งเสริมลงทุน จะต้องมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนจดทะเบียน (หรือส่วนของผู้ถือหุ้น) ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้มีภาระจากเงินกู้หรือสินเชื่อมากจนเกินไป

      คณะกรรมการได้กำหนดเงื่อนไขอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนจดทะเบียนไว้ดังนี้

  1. กรณีเป็นโครงการริเริ่ม
    จะต้องมีอัตราส่วนหนี้สิน : ทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระ ไม่เกิน 3 : 1
  2. กรณีเป็นโครงการขยายกิจการ
    จะต้องมีอัตราส่วนหนี้สิน : ส่วนผู้ถือหุ้น (รวมโครงการขยาย) ในเกณฑ์ที่เหมาะสม โดยมีแนวทางพิจารณาเบื้องต้น ดังนี้
2.1 กรณีที่กิจการเดิมมีกำไรสะสม
  จะต้องมีอัตราส่วนหนี้สิน : ส่วนผู้ถือหุ้น (รวมโครงการขยาย) ไม่เกิน 3 : 1 หรืออาจเกินกว่านี้ก็ได้ตามความเหมาะสม
2.2 กรณีที่กิจการเดิมขาดทุนสะสม
  จะต้องมีอัตราส่วนหนี้สิน (เฉพาะโครงการส่วนขยาย) : ทุนจดทะเบียนที่จะเรียกชำระเพิ่มขึ้น ไม่เกิน 3 : 1

      ในบัตรส่งเสริมได้กำหนดเงื่อนไขทุนจดทะเบียนไว้ 2 ขั้นตอน ดังนี้

  1. ทุนจดทะเบียนในขั้นออกบัตรส่งเสริม
    โดยในขั้นออกบัตรส่งเสริม อาจเรียกชำระขั้นต่ำเพียง 25% ของทุนที่จดทะเบียนไว้ ตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงพาณิชย์ก่อนก็ได้ 
  2. ทุนจดทะเบียนที่ต้องเรียกชำระในขั้นเปิดดำเนินการเต็มโครงการ
    โดยในขั้นเปิดดำเนินการ จะต้องเรียกชำระให้ครบตามเงื่อนไขที่กำหนด

ตัวอย่าง : จะต้องมีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาทก่อนออกบัตรส่งเสริม และจะต้องเรียกชำระไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาทก่อนเปิดดำเนินการ
      ในกรณีที่มีปัญหาในการเรียกชำระทุนจดทะเบียน ผู้ได้รับส่งเสริมสามารถขอแก้ไขเงื่อนไขทุนจดทะเบียนได้ ตามแนวทางดังนี้

  1. การผ่อนผันเงื่อนไขทุนจดทะเบียนในขั้นออกบัตรส่งเสริม
          โครงการที่มีขนาดการลงทุนสูง แต่มีความจำเป็นต้องออกบัตรส่งเสริมก่อนที่จะเพิ่มทุนจดทะเบียนให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด อาจผ่อนผันให้มีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 1 ล้านบาทหรือมากกว่า เพื่อให้สามารถออกบัตรส่งเสริมให้ก่อนก็ได้ 
  2. การขอลดทุนจดทะเบียน
          กรณีที่กำหนดเงื่อนไขทุนจดทะเบียนสูงเกินความจำเป็นที่ต้องใช้ในโครงการ จะอนุญาตให้แก้ไขโครงการเพื่อลดทุนจดทะเบียนหรือลดทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระได้ แต่ทั้งนี้ จะต้องไม่ทำให้อัตราส่วนหนี้สิน : ส่วนผู้ถือหุ้น ต่ำกว่าหลักเกณฑ์ข้างต้นที่คณะกรรมการกำหนด
          อนึ่ง กรณีลดทุนจดทะเบียนเพื่อแก้ไขปัญหาขาดทุนสะสม หรือลดทุนจดทะเบียนเพื่อชำระคืนให้แก่ผู้ถือหุ้น จะพิจารณาตามความเหมาะสมเป็นกรณีๆ ไป

ข่าวสาร APS

  • THAIYO ENGINNERING LTD, >

    THAIYO ENGINNERING LTD, is authorized distributor in KOBELCO air compressor for sale and maintenance since 1991. In addition to screw Read More
  • INTERNATIONAL HEAD QUARTERS (IHQ) AND INTERNATIONAL TRADING
    CENTERS (ITC) >

    International Headquarters (IHQ)provide the following services to Associated Enterprises(in Thailand/Overseas) Read More
  • ITC&IHQ (REVENUE) >

    ITC & IHQ (REVENUE) บริษัทการค้าระหว่างประเทศ (International Trading Centers : ITC) รายได้จากการจัดซื้อและขายสินค้าในต่างประเทศ การจัดซื้อและขายสินค้าในต่างประเทศ (out-out) โดย สินค้ามิได้ถูกนำเข้ามาในประเทศไทย สินค้าเข้ามาในประเทศไทยในลักษณะการผ่านแดนตามกฏหมายว่าด้วยศุลกากร สินค้าเข้ามาในประเทศไทยในลักษณะการถ่ายลำตามกฏหมายว่าด้วยศุลกากร รายได้จากการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศ การให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศ หมายถึง 1. Read More
  • BOI投資推奨ゾーン >

    BOIは、全国を各県の経済状況や所得、インフラの整備などによって3つのゾーンに分けている。 Read More
  • 1
  • 2
Join bet365 Poker nad play.